พระคำคงอยู่ไม่รู้เสื่อมคลาย

มีนาคม 11, 2013

โดย มาเรีย ฟอนเทน

พระคำและสื่อสัมพันธ์ที่เรามีกับพระองค์คงอยู่ไม่รู้เสื่อมคลายในชีวิตของเรา ฐานะที่เป็นคริสเตียน และในงานรับใช้พระองค์ ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นสภาพการณ์ สุขภาพ บ้านเรือน ประเทศที่เราพักอาศัยอยู่ หรือการงานของเรา แต่พระคำของพระองค์ไม่เคยล้มเหลวที่จะมอบแนวทางให้แก่เรา และสถิตอยู่ในชีวิตเราอย่างคงทนยั่งยืน พระคำเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เป็นเข็มทิศทางวิญญาณที่ช่วยให้เรามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เป็นชีวิตจิตใจ เป็นความชื่นชมยินดี เป็นสันติสุข เป็นความหวัง เป็นวิสัยทัศน์ และเป็นเครื่องปลอบโยนเรา พระคำเป็นแก่นแท้เรื่อยมา และยังคงเป็นแก่นแท้ ว่าเราเป็นใคร รวมทั้งวิถีชีวิต หลักความเชื่อ ค่านิยม งานมอบหมาย การที่เราอบรมเลี้ยงดูเด็ก และการประพฤติปฏิบัติตนของเรา พระคำช่วยค้ำจุนให้เราผ่านความท้าทายต่างๆ นานา ที่เราได้ประสบตลอดระยะเวลาหลายปี

สื่อสัมพันธ์ที่คุณมีกับพระองค์เป็นขุมทรัพย์ที่หาค่ามิได้ เป็นดุจไข่มุกสูงค่า เป็นสิ่งที่ล้ำค่าเหลือประมาณ ไม่มีใครขีดเส้นทางชีวิตและศรัทธาให้คุณได้ หรือไม่มีใครบอกคุณอย่างแน่นอนว่าพระองค์อยากให้คุณดำเนินการเช่นไร และคุณต้องตัดสินใจยังไงในการดำเนินชีวิตกับพระองค์ ภายในลู่ทางกว้างๆ ของหลักการคริสเตียน พระองค์ต้องการมีส่วนร่วมดำเนินไปกับคุณ ในศรัทธาที่คุณมีเป็นส่วนตัว การที่พระองค์ชี้นำให้คุณบ่งบอกถึงการเป็นสาวก อาจแตกต่างไปอย่างลิบลับในบางแง่ จากที่คนอื่นรู้สึกได้รับการมอบหมายให้บ่งบอกถึงการที่เขาเป็นสาวก เราน่าจะฉลองความแตกต่างดังกล่าว และมอบพลังอำนาจให้แก่ผู้อื่น ในการแสดงเอกลักษณ์หน้าที่การงานและทางชีวิตของเขาเป็นส่วนตัว โดยสนับสนุนเขาในการก้าวไปตามเส้นทางดังกล่าว

ถึงแม้ว่าเราแต่ละคนต้องเชื่อมสัมพันธ์กับพระองค์เป็นส่วนตัว และแสวงหาความประสงค์ของพระองค์ แต่พระคำของพระเจ้ายังคงเป็นพื้นฐานศรัทธาของเรา พระคำของพระเจ้าเป็นหัวใจสำคัญในชีวิตที่เราดำเนินไปด้วยศรัทธา พระคำคือ

ต่อไปนี้เป็นข้อทบทวนข้อความบางส่วนจากพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานความเข้าใจของเรา ต่อบทบาทสำคัญอย่างยิ่งของพระคำ

พระคำทั้งใหม่และเก่า ท่วมท้นด้วยคำสัญญา คำพยากรณ์ และถ้อยคำแสนวิเศษที่จะคงอยู่ตลอดไป เหนือล้ำยิ่งกว่าที่เราอาจเก็บรักษาและซ่อนไว้ในใจเสียอีก นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำมากมายสำหรับเรา ที่บันทึกไว้ในพระคำ เพื่อเราจะได้รับผลประโยชน์จากบทเรียนเรื่องศรัทธาที่ผู้อื่นได้เรียนรู้มา มีข้อเขียนที่เป็นลำดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับผู้คนของพระเจ้าในสมัยนั้น รวมทั้งประสบการณ์และบทเรียนเรื่องศรัทธาของเขา เราอาจนำบทสอนใจ หรือบทเรียนและหลักการทางวิญญาณจากข้อเขียนเหล่านี้ โดยมุ่งมั่นที่จะนำมาปรับใช้กับภาวะแวดล้อมที่เราดำเนินชีวิตอยู่ทุกวันนี้

พระองค์สอนเราไว้มากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับการไว้วางใจพระองค์ แม้ว่าสิ่งต่างๆ จะไม่ราบรื่น หรือไม่ลงเอยด้วยดีในสายตาของเรา ฉันแน่ใจว่าสำหรับชนชาติอิสราเอลที่อพยพออกมาจากอียิปต์กับโมเสส สภาพการณ์คงไม่ดีนัก เมื่อเขาขาดปัจจัยเบื้องต้น และต้องร่อนเร่อยู่กลางทะเลทรายถึง 40 ปี พวกเขาหลายคนท้อใจ และทำบาปในสายตาของพระเจ้า จากการพร่ำบ่นถึงชะตากรรมในชีวิต ดังนั้นเองเขาจึงไม่เคยได้เข้าไปสู่ดินแดนแห่งคำสัญญาในอนาคตด้วยซ้ำ หลังจากที่สละหลายสิ่งหลายอย่าง และต้องทนความยากลำบากแสนสาหัส เขาไม่ได้เห็นอนาคตแสนวิเศษที่พระเจ้าเตรียมไว้สำหรับผู้คนแห่งศรัทธาของพระองค์ ซึ่งผลที่สุดนำไปสู่การมาของพระเยซู

เมื่ออ่านชีวประวัติของมิชชันนารีผู้ยิ่งใหญ่ เช่น อะดอนิรัม จั๊ดสัน  วิลเลี่ยม แครีย์ แมรี่ สเลสเซอร์ เดวิด ลิฟวิงสโตน อามี่ คาร์ไมเคิล ฯลฯ ถ้าคุณไม่มองดูชีวิตของเขาผ่านสายตาที่เปี่ยมด้วยศรัทธา คุณอาจตั้งข้อสรุปว่าส่วนใหญ่แล้วสิ่งต่างๆ ไม่ได้ลงเอยดีนักสำหรับเขา เขาต้องทนความยากลำบากเหลือคณา ต้องสูญเสียคนอันเป็นที่รัก บ่อยครั้งต้องดำเนินงานด้วยทุนทรัพย์หรือแหล่งปัจจัยน้อยนิด เขาต้องประสบกับความเจ็บป่วย ในหลายๆ กรณีก็โดดเดี่ยวจนแทบจะทนไม่ไหว แน่นอนว่าถ้าเขาเลือกใช้ชีวิตในเส้นทางอื่น ชีวิตเขาคงง่ายดายขึ้นอีกมาก เขาอาจอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอน มีความสุขสบายมากกว่าสำหรับครอบครัวของเขา เขาอาจหลีกเลี่ยงการสูญเสียคนอันเป็นที่รัก ถ้าเขาไม่ต้องประสบกับโรคภัยไข้เจ็บในต่างแดน หรือความยากลำบากทางร่างกาย

เขาเต็มใจประสบกับความยากลำบากเช่นนั้น เพราะเขาเลือกไว้วางใจองค์ประกอบของพระเจ้า “เขายอมทนประหนึ่งได้เห็นพระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา”[15] นั่นเป็นการทุกข์ทนอย่างยิ่งทีเดียว ฉันเดาว่าถ้าคุณเหมือนกับฉัน บางครั้งคุณคงสงสัยว่าคุณจะทนถึงขั้นนั้นได้หรือเปล่า ฉันแน่ใจว่าผู้มีความเชื่อโดยทั่วไปจำนวนมากในสมัยนั้น ผู้ซึ่งสังเกตเห็นเขาประสบความยากลำบาก คงสงสัยว่าเขาทำการเสียสละทั้งหมดนั้นทำไม และคุ้มค่าหรือเปล่า

บ่อยครั้งชายหญิงแห่งศรัทธาเหล่านี้ต้องเสาะแสวงหาตามลำพังก็แทบจะว่าได้ เขาติดตามเสียงของพระเจ้า และทำหน้าที่การงานของพระองค์โดยได้รับการสนับสนุนน้อยมาก สรุปแล้วก็อยู่ที่องค์ประกอบของพระเจ้า และการเล็งเห็นพระเจ้า แม้ว่าจะมองพระองค์ไม่เห็นด้วยตาเปล่า ถ้อยคำที่ เดวิด ลิฟวิงสโตน ต้องอาศัยศรัทธาสักแค่ไหน เมื่อเขากล่าวว่า “ผมไม่เคยเสียสละ” แน่นอนที่เรารู้จากประวัติศาสตร์ ว่าเขาทำการเสียสละที่ยากลำบากและน่ารันทดใจมากมาย ราวกับว่าต้องตายทั้งเป็น เขาต้องยอมแลกกับทุกสิ่งทุกอย่าง ถึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ฉันเดาว่าคงมีคำถามมากมายที่ไม่ได้รับคำตอบ ว่า “ทำไม” สิ่งต่างๆ จึงเกิดขึ้นในชีวิตเขา ถึงแม้ว่าบางสิ่งในชีวิตยังไม่ชัดเจนต่อคุณ หรือไม่สมเหตุสมผลเลย แต่คุณวางใจได้ว่าพระองค์จะเป็นผู้เลี้ยงแกะของคุณต่อไป โดยนำทางคุณไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจี และสายน้ำไหลเย็น จากถ้อยคำของพระองค์ที่จะนำความสดชื่นมาสู่ดวงวิญญาณของคุณ และเสริมสร้างพละกำลังให้แก่คุณ

พระองค์เป็นพระคำของพระเจ้าในรูปแบบสูงสุด! ดังที่ยอห์นกล่าวไว้ว่า “เริ่มแรกนั้นพระคำเป็นอยู่แล้ว พระคำอยู่กับพระเจ้า และพระคำเป็นพระเจ้า”[16] พระเยซูคือพระคำที่ทรงชีวิต ดังนั้นขอให้พระองค์นำทางคุณ และกล่าวกับคุณเป็นส่วนตัว พระองค์คือพระคำที่ทรงชีวิต ซึ่งปรับใช้ได้เสมอกับทุกสถานการณ์ และทุกช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่แรกสร้างโลก เรื่อยไปจนถึงกาลอวสาน

ถ้าคุณรู้สึกว่าศรัทธาของคุณอยู่ในขั้นวิกฤต ฉันขอสนับสนุนให้คุณย้อนกลับไปที่พื้นฐาน คือพระเยซู และค้นหาจุยืนที่มั่นคงในพระองค์ ผู้เป็น “ศิลาแห่งทุกยุคทุกสมัย” ขอให้พระองค์พูดกับคุณ และมอบคำตอบที่คุณแสวงหา ปล่อยให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำทางคุณไปสู่ความจริง ทั้งช่วยปลอบโยนและมอบสันติสุขในใจคุณ

ศรัทธายังคงมาจากการรับฟังพระคำของพระเจ้า การก้าวเข้าไปสู่ถ้อยคำของพระองค์นำมาซึ่งแสงสว่างและความเข้าใจ[17] หลักการดังกล่าวคงอยู่ตลอดไป ดังนั้นขอให้เสริมสร้างพลังต่อไป และปลูกฝังศรัทธาของคุณ จากการอ่านถ้อยคำของพระองค์ จากการรับแรงบันดาลใจ ข้อแนะนำ แนวทางจากพระองค์ สำหรับชีวิตของคุณเป็นส่วนตัว และการที่คุณดำเนินชีวิตกับพระองค์

จัดพิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน ค.ศ.2010 ปรับปรุงแก้ไขและจัดพิมพ์ใหม่ มกราคม ค.ศ.2013


[1] เดวิด เบิร์ก "พระคำ พระคำ พระคำ” พฤศจิกายน 1988 จม.เลขที่ 2484

[2] มัทธิว 4:4

[3] ยอห์น 8:31–32

[4] โรม 10:17

[5] โรม 15:4

[6] เพลงสดุดี 119:11

[7] เพลงสดุดี 119:130

[8] 2 ทิโมธี 2:15

[9] ยอห์น 6:63

[10] มัทธิว 24:35

[11] เพลงสดุดี 119:105

[12] 2 เปโตร 1:21

[13] สุภาษิต 1:23 NKJV

[14] เพลงสดุดี 119:89

[15] ฮีบรู 11:27

[16] ยอห์น 1:1

[17] โรม 10:17; เพลงสดุดี 119:130

Copyright © 2024 The Family International